วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561

วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า

วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า, วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า หมายถึง, วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า คือ, วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า ความหมาย, วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า คืออะไร

วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า

หากใครที่ตื่นสายเป็นประจำ แต่อยากลองเปลี่ยนมาตื่นแต่เช้าดูบ้าง วันนี้ สนุก! กูรู นำวิธีการฝึกตัวเองให้ตื่นเช้าขึ้นมาฝาก

1.ช้าๆได้พร้าเล่มงาม อย่าเปลี่ยนเวลานอนอย่างฮวบฮาบ ลองตื่นให้เร็วขึ้นกว่าเดิมสัก 15 นาที เป็นเวลา 2-3 วันก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยตื่นให้เร็วขึ้นอีก 15 นาที ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะสามารถตื่นได้ตามเวลาที่ตั้งเป้าหมายไว้
2.นอนให้เร็วกว่าเดิมสักนิด หลายๆ คนคงจะชินกับการนอนดึกๆ เนื่องจากติดทีวี หรือไม่ก็ติดอินเตอร์เน็ต แต่การกระทำเช่นนี้ควบคู่ไปกับการตื่นเช้ากว่าเดิม จะทำให้ไม่ไหว สุดท้าย อาจจะถึงขั้นต้องกลับไปเริ่มต้นฝึกตื่นเช้ากันใหม่ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ง่วง ผมขอแนะนำให้ลองเข้านอนไปก่อน และถ้ายังไม่หลับ ก็ให้อ่านหนังสือไปด้วยเลย แล้วคุณจะพบว่ามันช่วยให้หลับง่ายขึ้นเยอะ
3.ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ไกลๆ ถ้าวางนาฬิกาปลุกไว้ใกล้ๆ เวลามันดัง เราก็จะปิดมันได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าเราลองวางไว้ให้ไกลจากเตียงสักหน่อย เราก็ต้องลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปกดปุ่มปิด ในเมื่อลุกขึ้นมาแล้ว คนส่วนใหญ่ก็คงไม่คิดจะกลับไปนอนอีก 

4.ออกจากห้องนอนให้เร็วที่สุดหลังจากปิดนาฬิกาปลุกแล้วอย่าปล่อยให้ตัวคุณเริ่มคิดได้ว่า ”เออ! ไปนอนดีกว่า” โดยส่วนตัวแล้ว ต่อให้ต้องคลาน ผมก็จะทำและควรจะทำให้มันเป็นอัตโนมัติซะ ผมจะรีบออกจากห้องนอนแล้วไปเข้าห้องน้ำให้เร็วที่สุด หลังจากที่ได้ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน เรียบร้อย ผมก็จะพบว่าตัวเองได้ตื่นเต็มที่เรียบร้อย
5.หาเหตุผลดีๆสักข้อ กำหนดอะไรบางอย่างสำคัญๆที่จะต้องทำในเวลาพิเศษที่ได้รับ มันจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราลุกขึ้นจากเตียงได้ โดยส่วนตัวแล้ว เหตุผลของการตื่นนอนเช้าๆของผม คือ การได้ใช้เวลาเขียนหนังสือ และเท่าที่ผ่านมา มันทำให้ผมตื่นเช้าได้ทุกวันเลยทีเดียว
6.ใช้เวลาที่ได้รับเพิ่มนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่าใช้เวลาที่เยอะแยะนี้ทำอะไรแค่อย่างเดียว หลังจากนั้นก็นั่งอยู่เฉยๆ (ไม่รู้จะทำอะไรต่อดี) เพราะมันจะทำให้กลับไปนอนอีกครั้ง ตัวผมเอง นอกจากจะเขียนหนังสือแล้ว ผมยังใช้เวลาในตอนเช้าวางแผนสิ่งที่ผมคิดจะทำในวันนี้ เตรียมอาหารให้ลูกๆ ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ ฯลฯ หลังจากที่ตื่นมาจนถึง 6 โมงครึ่ง ผมได้ใช้เวลาทำอะไรเยอะแยะมากมายมากกว่าตัวผมในอดีต (ตอนที่ยังตื่นสาย) ใช้เวลาทำงานทั้งวันซะอีก
7.ให้รางวัลตัวเองกับการตื่นนอนตอนเช้า ตอนแรกๆ มันอาจจะดุเหมือนกับว่าการตื่นเช้าเป็นการบังคับตัวเองให้ทำอะไรที่ยากแสน ยาก แต่มันจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไป ถ้าเรากำหนดรางวัลให้กับความพยายามนี้ ซึ่งมันขึ้นอยู่กับแต่ละคน บางคนอาจจะได้ใช้เวลานี้อ่านนิยายที่ตัวเองชอบ บางคนอาจจะได้ใช้เวลานี้ทำอาหารเช้าระดับพระราชาให้ตัวเอง บางคนอาจจะใช้เวลานี้นั่งสมาธิ ไม่นานหรอกครับ การตื่นเช้าก็จะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันได้อย่างสบายๆ

วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า, วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า หมายถึง, วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า คือ, วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า ความหมาย, วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า คืออะไร


วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561

9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์

เทคนิค ฝึกสมองไบรท์
โดย วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ด

          ผู้หญิงสมัยนี้ อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกาย เคร่งครัดเรื่องอาหารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมองเป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่ายๆ ต่อไปนี้ 
           1. จิบน้ำบ่อย ๆ (Drink water very often) สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ

           2. กินไขมันดี (Enjoy good Omega 3) คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น  
           3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที (Meditation 12 min a day) หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน

           4. ใส่ความตั้งใจ (Program the brain: have specific intention) การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

           5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ (Laugh and Smile) ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

           6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday) สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์

           7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress) ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง

           8. เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things in life every day) ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

           9. ฝึกหายใจลึกๆ (Deep breath) สมองใช้ออกชิเจน 20 - 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20% การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม

ที่มา
http://www.prd.go.th/Article/saranaroo.php?id=4a732&bow=00000000392&code=4a732

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ของขวัญวันแม่ เลือกของขวัญให้คุณแม่ตามธาตุเกิด

ของขวัญวันแม่ เลือกของขวัญให้คุณแม่ตามธาตุเกิด, ของขวัญวันแม่ เลือกของขวัญให้คุณแม่ตามธาตุเกิด หมายถึง, ของขวัญวันแม่ เลือกของขวัญให้คุณแม่ตามธาตุเกิด คือ, ของขวัญวันแม่ เลือกของขวัญให้คุณแม่ตามธาตุเกิด ความหมาย, ของขวัญวันแม่ เลือกของขวัญให้คุณแม่ตามธาตุเกิด คืออะไร

เลือกของขวัญวันแม่ให้คุณแม่ตามธาตุเกิด
          วันแม่แห่งชาติ วันที่ 12 สิงหาคม กำลังจะมาถึง หลายคนคงกำลังมองหาของขวัญวันแม่ให้คุณแม่กันอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรให้โดนใจคุณแม่ วันนี้เรามีแนวทางมาบอก นั่นก็คือ การซื้อขวัญให้คุณแม่โดยดูจากธาตุเกิดของท่าน 
ของขวัญสำหรับวันแม่
คุณแม่ของเราเกิดในธาตุไหน
ธาตุไฟ ได้แก่ ราศีเมษ (13 เม.ย - 13 พ.ค.) ราศีสิงห์ (17 ส.ค.- 16 ก.ย.) ราศีธนู (16 ธ.ค.- 13 ม.ค.)
ธาตุดิน ได้แก่ ราศีพฤษ (14 พ.ค.- 14 มิ.ย.) ราศีกันย์ (17 ก.ย. - 16 ต.ค.) ราศีมังกร (14 ม.ค.- 12 ก.พ.)
ธาตุลม ได้แก่ ราศีเมถุน (15 มิ.ย. - 15ก.ค.) ราศีตุลย์ (17 ต.ค.- 15 พ.ย.) ราศีกุมภ์ (13 ก.พ. - 13 มี.ค.)
ธาตุน้ำ ได้แก่ ราศีกรกฎ (16 ก.ค. - 16 ส.ค.) ราศีพิจิก (16 พ.ย. - 15 ธ.ค.) ราศีมีน (14 มี.ค. - 12 เม.ย.) 
 
ของขวัญวันแม่ให้คุณแม่ตามธาตุ
         - คุณแม่ธาตุดิน เป็นคนมีอุปนิสัยหนักแน่น มองโลกในแง่ที่เป็นจริง มีความแคล่วคล่องว่องไว ปรับตัวได้ง่าย และมีความอดทนสูง แม้จะมีอุปสรรคในชีวิต ก็จะไม่ยอมท้อถอย พร้อมจะสู้ให้ถึงที่สุด เป็นนักวางแผน แต่ออกจะเป็นคนหัวโบราณ ไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆโดยง่าย
          ของขวัญโดนใจ : เข้าไปกอดและบอกว่ารักแม่มากแค่ไหน หรือพาแม่ไปช้อปปิ้งซื้อของที่ชอบ พาไปทำบุญที่วัดหรือโรงพยาบาลสงฆ์ หรือพาไปเที่ยวทะเล น้ำตก อุทยานประวัติศาสตร์ หรืออุทยานแห่งชาติให้แม่ได้สัมผัสกับธรรมชาติ พาแม่ไปนวดเท้านวดตัวเป็นพิเศษ หรือร่วมมือกับพ่อและพี่ๆ น้องๆ ทำงานบ้านทุกอย่างแทนแม่ในวันแม่
         - คุณแม่ธาตุน้ำ จะเป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหวที่สุด ชอบวิเคราะห์สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่ดี เชื่อในเรื่องโชคชะตาและพรหมลิขิต ชอบเป็นห่วงเป็นใยคนรอบข้าง ชอบปกป้องผู้อื่น
          ของขวัญโดนใจ : อาจจะมอบของขวัญโดยร่วมกับพ่อ พาแม่ไปเที่ยวในสถานที่ที่แม่ชอบหรือประทับใจในอดีต มอบบัตรอวยพรหรือกลอนที่ลูกๆเขียนขึ้นจากใจให้แม่ พาลูกๆ หลานๆ มาช่วยกันทำอาหารพิเศษให้แม่ทานหรือพาไปกินข้าวร้านที่อร่อยๆ หรือพาแม่ไปเลี้ยงเด็กตามมูลนิธิต่างๆ จัดอาหารให้แม่ได้ทำบุญตักบาตรเป็นพิเศษในวันแม่ ให้หนังสือนวนิยายหรือซีดีละครที่แม่ชอบ
         - คุณแม่ธาตุลม เป็นคนที่มีความคิดอ่านอย่างมีหลักเกณฑ์ และยึดถือความถูกต้องของเหตุผล ชอบคบค้าสมาคมกับคนทุกเพศทุกวัย การได้แลกเปลี่ยนสื่อสารเป็นสิ่งที่ถนัด คิดอะไรเป็นขั้นตอน ชอบถกปัญหากับเพื่อนผู้รู้ใจ
          ของขวัญโดนใจ : ลูกๆ อาจมอบของขวัญด้วยการจัดปาร์ตี้ให้แม่และเพื่อนๆในกลุ่มได้มาพบปะสังสรรค์กัน หรือพาแม่ไปชมคอนเสิร์ตดังๆ ซื้อทัวร์ให้ไปเที่ยวกับเพื่อนจะในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้ (ขึ้นกับงบของลูก) ซื้อคอร์สออกกำลังกายที่ทำให้แม่ได้พบปะคนมากหน้าหลายตา ซื้อมือถือใหม่ให้แม่และสอนให้ใช้ลูกเล่นต่างๆในการคุยกับเพื่อนหรือลูกๆหลานๆ
         - คุณแม่ธาตุไฟ เป็นคนสดใส ชอบทำในสิ่งที่ทำให้สบายอกสบายใจ แต่ค่อนข้างขาดความอดทน มีความกระตือรือร้นสูง ชอบทำตัวเป็นผู้นำ โกรธง่ายเจ้าอารมณ์ แต่ไม่เก็บมาคิดอาฆาตใคร มองโลกในแง่ดี
          ของขวัญโดนใจ : ลูกๆอาจจะซื้อเสื้อผ้าหรือของใช้ที่มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนใครให้แม่เป็นของขวัญ พาไปเที่ยวแบบแปลกๆใหม่ๆ เช่น พาไปล่องแก่ง ปีนเขากับเราหรือหลานๆ (ถ้าแม่ไม่แก่มาก และชอบซิ่ง) ซื้อคอมพิวเตอร์ให้แม่และสอนให้เล่นเกมหรือค้นหาสิ่งต่างๆทางอินเตอร์เนท รวมทั้งโต้ตอบเมล์กับเพื่อนหรือเราได้ พาแม่ไปทัวร์ธรรมะหรือไหว้พระ 9 วัด ซื้อริสต์แบรนด์ให้แม่ใส่ หรือซื้อสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมให้แม่
          ที่กล่าวข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างของขวัญวันแม่ที่ลูกๆอาจจะทำให้แม่ได้ตามกำลัง แต่เชื่อว่าสิ่งที่ “แม่” ไม่ว่าธาตุใดต้องการจากลูกๆ ก็คือ "ความรัก และเวลาที่ลูกๆจะมีให้แม่บ้าง" โดยเฉพาะลูกที่โตหรือมีครอบครัวไปแล้ว เพียงคำถามด้วยความห่วงใย และคำพูดดีๆเพราะๆ แค่นี้แม่ก็ชื่นใจแล้ว ส่วนลูกที่ยังเด็กหรือเรียนอยู่ ขอเพียงประพฤติตัวดี ตั้งใจเล่าเรียนก็เป็นของขวัญที่แม่ยินดียิ่งกว่าสิ่งใด
          หากจะแยกแยะธาตุแท้ของ “แม่ทุกคน” แล้ว เราจะเห็นว่า ธาตุแม่ 1 อะตอมหัวใจ ประกอบด้วย นิวเคลียสที่มีโปรตอนแห่งความรัก นิวตรอนแห่งความห่วงหาอาทรเป็นแกนกลาง โดยมีอิเลคตรอนความปรารานาดีวิ่งโดยรอบ ธาตุแม่จึเปรียบเหมือน “พระธาตุ” ศักดิ์สิทธ์ที่คุ้มครองลูกเสมอมา
ขอขอบคุณ คุณอมรรัตน์ เทพกำปนาท กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม